funsportfans.com บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ผลบอลสด ข่าวบอล

ฟันธงฟุตบอลคืนนี้

เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของหุ้นส่วนคนใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด
เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เจ้าของหุ้นส่วนคนใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด

สโมสรและแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกำลังจะพบกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งใหม่ จากการมาของ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ ซีอีโอของกลุ่มทุนเคมีภัณฑ์ INEOS ผู้ประกาศเข้าซื้อหุ้น 25 เปอร์เซนต์ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยจะแบ่งเป็นหุ้นคลาส B อยู่ที่ 25% และหุ้นคลาส A อยู่ที่ 25%

นอกจากนี้ เขาจะได้รับสิทธิ์การควบคุมดูแลฝ่ายการกีฬา (Sporting) ของทางสโมสร “ปีศาจแดง” อีกด้วย

แค่นั้นยังไม่เพียงพอ เพราะเขาได้ทำการ “เพิ่มเงินลงทุน” ไปอีก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ทำการเจรจาเข้าซื้อหุ้น 25% ได้สำเร็จ โดยให้เหตุผลว่าจะใช้งบประมาณในส่วนนี้เพื่อการลงทุนในอนาคตของทางสโมสร

ดีลในครั้งนี้ของทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จึงเป็นเหมือนการผ่านมือให้ผู้บริหารรายใหม่เข้ามาควบคุมและจัดการปัจจัยบางส่วนของทางสโมสรอีกด้วย

แล้ว เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ เป็นใคร ? เขาเป็นวิศวกรเคมี แต่ทำไมถึงให้ความสนใจในด้านกีฬาหรือฟุตบอล ? แล้วทำไมต้องเลือกเข้าซื้อหุ้นของแมนฯ ยูไนเต็ด ? หรือมีเรื่องราวใด ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเขาและการเข้ามาในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดในครั้งนี้ ? เรามีคำตอบแล้วที่นี่ !

ซีอีโอแห่งบริษัท INEOS

เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์: เจ้าของกิจการเคมีภัณฑ์ผู้สนใจกีฬา

เซอร์ เจมส์ อาร์เทอร์ แรทคลิฟฟ์ (Sir James Arthur Ratcliffe) คือวิศวกรเคมีและนักธุรกิจสัญชาติบริติช ผู้เป็นประธานและกรรมการผู้จัดการกิจการกลุ่มทุน INEOS ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1998 พร้อมกับเคยเป็นชายที่ “ร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักร” แล้วในปี 2023 มีการประเมินรายได้ของเขาไว้ที่ 29.6 พันล้านปอนด์ ทำให้เขากลายเป็นชายที่ร่ำรวยสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

แต่เขากลับไม่ใช่ชายที่มี “พื้นที่หน้าสื่อ” มากมายเท่าไร เพราะเขาไม่ค่อยชอบออกสู่พื้นที่สาธารณะมากเท่าไร

แล้วถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในแวดวงธุรกิจเคมีภัณฑ์ แต่เขายังเป็นคนที่ให้ความสนใจในด้านกีฬามาโดยตลอดอีกด้วย เขาเริ่มต้นมาจากการลงแข่งขันวิ่งมาราธอนในรายการ Marathon Des Sables ในดินแดนทะเลทรายซาฮารามาก่อนในปี 2013 แล้วมันกลายเป็นจุดเปลี่ยนผันต่อความคิดในวงการกีฬาของเขาเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นเขาได้ก่อตั้งมูลนิธิ “Go Run For Fun” ในสหราชอาณาจักรขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศไปร่วมกิจกรรมวิ่งกันมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในอีเวนต์ INEOS 1:59 Challenge ซึ่งเป็นอีเวนต์การแข่งขันวิ่งมาราธอนแบบคลาสสิค ด้วยระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ที่เป็นมาตรฐานสากลของการแข่งขันวิ่งมาราธอนทั่วโลก โดยรายการนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อผลักดันให้ เอลีอุด คิปโชเก (Eliud Kipchoge) นักวิ่งทางไกลสัญชาติเคนยาผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักวิ่งที่ดีที่สุดตลอดกาลคนหนึ่ง ทำสถิติในรายการแข่งขันวิ่งมาราธอนของตัวเอง แล้วในที่สุด เขาสามารถทำสถิติใหม่ด้วยการใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 59 นาที 40 วินาทีและอีก 2 ไมโครวินาที

หลังจากนั้น เขายังได้ก่อตั้ง Jim Ratcliffe Foundation ขึ้นมาในพื้นที่เมืองกูร์กเชอร์เวล (Courchevel) ในประเทศฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ที่ขาดโอกาสในการเล่นสกี ได้เข้ามาฝึกฝนการเล่นกันมากขึ้น ที่แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในคลับเฮาส์ขนาดใหญ่สำหรับนักกีฬาสกีในประเทศอีกด้วย

แรทคลิฟฟ์ ให้ความสนใจกับฟุตบอลเป็นครั้งแรกในช่วงที่เขาไปทัวร์สกีคลับเฮาส์ แล้วได้ไปเยือนเมืองโลซาน (Lausanne) ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงในสวิตเซอร์แลนด์ แล้วเขาได้เห็นการแข่งขันฟุตบอลของสโมสร FC Lausanne-Sport (LS) เป็นครั้งแรก เขาประทับใจกับกีฬาชนิดนี้มากแล้วมันทำให้เขาย้อนกลับไปนึกถึงความโด่งดังของกีฬาฟุตบอลในบ้านเกิดของตัวเอง เขาจึงตัดสินใจซื้อสโมสรโลซานน์ไปในปี 2017 เพื่อขยายกิจการในด้านกีฬาของตัวเองออกไปในต่างแดน

นอกจากนั้นยังไม่พอ ในปี 2019 เขายังได้ซื้อสโมสร โอเชเซ นีซ (OGC Nice) ต่อจาก เชียน ลี (Chien Lee) นักธุรกิจสัญชาติจีน-อเมริกัน เพื่อเข้าถึงลีกใหญ่ระดับยุโรปอย่าง “ลีกเอิง” เป็นครั้งแรกอีกด้วย

แต่การซื้อทั้งสโมสรนีซและโลซานน์ยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเขา เพราะเขายังคงให้ความสนใจที่อยากจะมีที่ยืนในพื้นที่ของ “พรีเมียร์ลีกอังกฤษ” ที่ขึ้นชื่อว่าโด่งดังและมีแฟนคลับมากที่สุดในโลก

จนกระทั่งในปี 2022 ประเทศรัสเซียได้ไปบุกโจมตีประเทศยูเครน จนกลายเป็นประเด็นตึงเครียดระหว่างสหภาพยุโรปต่อประเทศรัสเซียมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในประเทศสหราชอาณาจักรเองได้รับผลกระทบทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจในสงครามครั้งนี้ในทางอ้อมอีกด้วย

นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ โรมัน อบราโมวิช (Roman Abramovich) นักธุรกิจสัญชาติรัสเซีย ผู้เป็นเจ้าของสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง “เชลซี” (Chelsea) ถูกทางรัฐบาลสหราชอาณาจักรจับตามองว่าอาจมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนเงินกำไรที่ได้จากสโมสร ไปให้ประธานาธิบดี วลาดีเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำคนสำคัญของรัสเซียที่เริ่มทำสงครามกับยูเครน ด้วยข้อกล่าวหานี้ ทำให้อบราโมวิชถูกทางรัฐบาล “บีบบังคับ” ให้ต้องขายสโมสรเชลซีออกไป

หลังจากที่ข่าวการประกาศขายสโมสรเชลซีของอบราโมวิชโด่งดังขึ้น เซอร์ จิม แรดคลิฟฟ์ ก็ได้เริ่มสนใจที่ซื้อสโมสรแห่งนี้ เขาได้เสนอยื่น 4.25 พันล้านปอนด์ให้กับทางสโมสรเชลซี แต่ก็ถูกปฏิเสธไป โดยต่อมา ทางสโมสรได้ไปรับข้อตกลงในการเข้าซื้อสโมสรของ ท็อดด์ โบห์ลี นักธุรกิจสัญชาติอเมริกันและเจ้าของทีมเบสบอล แอลเอ ดอดเจอร์ส (LA Dodgers) แทน ทำให้ แรดคลิฟฟ์ พลาดโอกาสที่จะคว้าสโมสรพรีเมียร์ลีกครั้งแรกไป

แต่เจ้าของกิจการกลุ่มทุน INEOS รายนี้ไม่ยอมแพ้ ! เขาหันไปให้ความสนใจในการเข้าซื้อหุ้นของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (Manchester United) ในพรีเมียร์ลีกด้วยกันแทน

เขาให้สัมภาษณ์กับทางสื่อว่า “มีความสนใจที่จะซื้อสโมสรที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ที่ผมเคยให้การสนับสนุนมาตั้งแต่วัยเยาว์” แล้วต่อมา ในเดือนสิงหาคม 2022 แรทคลิฟฟ์และทางกลุ่ม INEOS ได้ติดต่อเจรจากับทางสโมสรอย่างจริงจัง หลังจากที่สองพี่น้องเจ้าของสโมสร “ปีศาจแดง” อย่าง โจล เกลเซอร์ (Joel Glazer) และ อาฟราม เกลเซอร์ (Avram Glazer) ได้ออกมาประกาศว่าพวกเขากำลังมองหานักลงทุนรายใหม่มาเข้าร่วมกับทางสโมสร

กลุ่มทุน INEOS เข้าซื้อหุ้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

การซื้อหุ้นของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ในช่วงปี 2022 ถึงปี 2023 ที่ผ่านมา สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลายเป็นข่าวอยู่หลายครั้ง ว่าสองพี่น้องตระกูลเกลเซอร์ มีความคิดที่อยากจะขายสโมสรออกไปให้ได้

ผู้ที่สนใจซื้อสโมสรนอกเหนือจากแรทคลิฟฟ์ คือ ฮาหมัด บิน จัสซิม บิน จาเบอร์ อัล ทานี (Hamad bin Jassim bin Jaber Al Thani) ชีคแห่งกาตาร์ และ โทมัส ซิลเลียคัส (Thomas Zilliacus) นักธุรกิจจากฟินแลนด์ โดยทั้งสามฝ่าย รวมถึงแรทคลิฟฟ์ มีข่าวในการเข้ามาถือหุ้นส่วนการควบคุมสโมสรกันอย่างจริงจัง

แต่ต่อมา ทั้ง ซิลเลียคัส และ ชีคแห่งกาตาร์ กลับยกเลิกการเจรจาเข้าซื้อหุ้นของทางสโมสรและได้ถอนตัวออกไปในที่สุดในปี 2023

ทำให้ทางเริ่มเปิดและมีความสะดวกมากขึ้นสำหรับ แรทคลิฟฟ์ ที่เล็งการคว้าสโมสรมาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว จนในที่สุด หลังจากการเจรจาที่กินเวลามานานกว่า 1 ปี ในวันที่ 24 ธันวาคม 2023 ทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ประกาศว่าพวกเขาได้ทำข้อตกลงการขายหุ้น 25% ให้กับ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ และกลุ่มทุน INEOS โดยทางสโมสรจะได้ควบคุมฝ่ายการกีฬาของทางสโมสร ในส่วนของหุ้น 25% นั้นจะมีหุ้นคลาส B (ที่แบ่งมาจากสองพี่น้องตระกูลเกลเซอร์) และหุ้นคลาส A สูงสุดถึง 25% (เป็นหุ้นส่วนที่ได้รับการแชร์ให้กับสาธารณะ)

อย่างไรก็ดี การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ของแรทคลิฟฟ์ยังไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของเขา เพราะอำนาจและความเป็นเจ้าของสโมสรยังคงเป็นของสองพี่น้องตระกูลเกลเซอร์ต่อไป

แรทคลิฟฟ์กับความคาดหวังใหม่ของเขา

การเปลี่ยนแปลงที่เขาคาดหวัง

หลังจากที่มีการประกาศเข้าซื้อหุ้นในสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ของกลุ่มทุน INEOS สำเร็จ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ ได้ออกมาประกาศต่อแฟนบอลของสโมสรแห่งนี้ว่า “ผมเข้ามาในที่แห่งนี้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยความทะเยอทะยานที่ชัดเจนว่า พวกเราอยากเห็นสโมสรกลับสู่จุดสูงสุดในแบบที่เคยเป็น นั่นคือจุดสูงสุดในลีกอังกฤษ ยุโรปและโลกของฟุตบอล”

“ในฐานะของแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดที่สนับสนุนทีมมาตั้งแต่ยังเด็ก ผมมีความภาคภูมิใจที่กล่าวว่าพวกเรา (INEOS) ได้ทำข้อตกลงกับทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ทำให้พวกเราสามารถเข้ามาดูการกีฬาของทางสโมสรได้สำเร็จ”

“ความสำเร็จในด้านการตลาดและโฆษณาของทางสโมสรนั้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่บ่งชี้ว่า ทางสโมสรจะมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอในการเข้าสู่เส้นทางการคว้าถ้วยรางวัลต่าง ๆ ในระดับสูงสุด ศักยภาพในด้านงบประมาณยังไม่ได้รับการปลดล็อกถึงขั้นสุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา”

“เรา (INEOS) จะสร้างสโมสรให้เป็นที่รู้จักของทั่วโลกมากขึ้น โดยจะนำการสนับสนุนจากกลุ่ม INEOS Sport เข้ามาปรับปรุงภาพรวมของสโมสรด้วย รวมถึงจะมีการเพิ่มงบประมาณเพื่อใช้ในการลงทุนกับอนาคตของทางสโมสรอีกด้วย”

“พวกเรา (INEOS) จะมาอยู่ที่แห่งนี้ในระยะยาว พร้อมกับได้รับทราบถึงความท้าทายที่ทางสโมสรต้องพบเจอหรืออยู่ข้างหน้า โดยเราจะใช้เข้าหาปัญหาเหล่านั้นด้วยความเข้มงวด เป็นมืออาชีพและมีความหลงใหลไปกับมัน”

“สุดท้ายนี้ พวกเรา (INEOS) จะอุทิศตัวเองในการทำงานกับทางสโมสรและทุกท่าน รวมถึงบอร์ดบริหาร แฟนบอล นักเตะ เพื่อขับเคลื่อนสโมสรให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้”

ทั้งหมดนี้คือข้อความที่ทาง เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ ฝากเอาไว้ให้กับทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนของทางสโมสรสำเร็จ

แรทคลิฟฟ์ หน้าสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด

นี่คือเรื่องราวของ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ ชายผู้เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตั้งแต่ปี 2023 และกำลังจะมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับทางสโมสรอย่างจริงจัง

อ่านบทความเพิ่มเติมของ Funsportfans ได้ที่นี่