funsportfans.com บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ผลบอลสด ข่าวบอล

ฟันธงฟุตบอลคืนนี้

ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าอุรุกวัยผู้เล่นให้ลิเวอร์พูล
ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าอุรุกวัยผู้เล่นให้ลิเวอร์พูล

ในสโมสรลิเวอร์พูล ภายใต้การดูแลของ เยอร์เกน คลอปป์ มีนักเตะคนสำคัญที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าอยู่มากมาย หนึ่งในผู้เล่นที่มักจะเป็นเป้าสำคัญของผู้คนทั่วโลกก็มักจะไม่พ้น ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าสัญชาติอุรุกวัยผู้ย้ายเข้าสู่ทีมเมื่อช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา

แม้ว่าในฤดูกาลแรกที่เข้ามา เขาจะเป็นผู้เล่นที่ถูกวิจารณ์ว่าเล่นได้ไม่สมค่าตัวหรือมีความผิดพลาดเยอะ แต่หลังจากเริ่มปรับตัวเข้ากับสโมสรและวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยได้แล้ว เขากลับกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมและมีอันตรายต่อทีมของคู่แข่งเป็นอย่างมาก

แล้ว นูเญซ มีความสำคัญหรือความเป็นมาอย่างไรบ้าง เราจะมาเจาะลึกกันที่นี่

ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าลิเวอร์พูลผู้เริ่มลงเล่นให้ทีม

ดาร์วิน นูเญซ กองหน้าผู้เฉิดฉายกับเบนฟิกาก่อนถูกหงส์แดงเล็ง

ดาร์วิน กาเบรียล นูเญซ ริเบร์โร ในช่วงแรกไม่ใช่นักเตะที่โด่งดังหรือมีฐานะดีนัก เขาเติบโตในอคาเดมีของเปญารอลในอุรุกวัยบ้านเกิดของเขา ก่อนที่จะได้มีโอกาสขึ้นสู่ชุดหลักของทีมในปี 2017 ด้วยการลงเล่นไปทั้งหมด 22 เกมในทุกรายการ พร้อมไปกับการทำ 4 ประตู

ก่อนที่มันจะเริ่มเป็นใบเบิกทางครั้งสำคัญให้เขาได้รับความสนใจจาก อัลเมเรีย ซึ่งตอนนั้นตกชั้นมาอยู่ในลีกรองของสเปน นูเญซมองเห็นว่านี่จะเป็นโอกาสในการช่วงครอบครัวให้มีฐานะดีขึ้นได้ เพราะพ่อของเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ก่อสร้าง ส่วนแม่นั้้นทำงานเข็นรถขวดนม ในขณะที่ตัวนูเญซนั้นมีความสนใจกับฟุตบอลและมีแพชชั่นว่าอยากจะเป็นนักเตะอาชีพให้ได้จริง ๆ

เขาย้ายไปเล่นให้อัลเมเรียในปี 2019 ด้วยการลงไปทั้งหมด 32 นัดในทุกรายการ ทำไปทั้งหมด 16 ประตู เฉลี่ยครึ่งหนึ่งของการลงเล่น ทำให้เขาเริ่มเป็นที่พูดถึงในลีกระดับยุโรปมากขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

ดาร์วินได้โอกาสในการเข้าร่วมทีมใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ทางสโมสรเบนฟิกาจากลีกโปรตุเกสได้เข้ามาขอซื้อตัวเขาและเซ็นสัญญาในวันที่ 4 กันยายน 2020 ด้วยระยะเวลาสัญญา 5 ปี พร้อมกับค่าตัวสถิติสโมสรอยู่ที่ 24 ล้านยูโร

และแล้ว การย้ายของเขาเข้าสู่เบนฟิกานั้นจะเปลี่ยนชีวิตเขาอีกครั้ง เมื่อเขาได้ลงเล่นกับสโมสรแห่งนี้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการลงเล่นไปทั้งหมด 85 เกม พร้อมทำไปทั้งหมด 48 ประตู ซึ่งถ้านับเพียงฤดูกาล 2021-22 เขาทำไปทั้งหมด 34 ประตูจากการลงเล่น 41 นัดเท่านั้น

หนึ่งในโมเมนต์ที่น่าจดจำมากที่สุดของเขากับสโมสร คือการทำ 2 ประตูใส่ลิเวอร์พูลในช่วงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ด้วยรูปแบบที่ว่าแนวหลังของลิเวอร์พูลไม่สามารถต้านทานเขาได้เลย

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเกมที่ทำให้ เยอร์เกน คลอปป์ ให้ความสนใจในตัวกองหน้าคนนี้เป็นครั้งแรก โดยคลอปป์ให้สัมภาษณ์ว่าเด็กคนนี้มีเส้นทางอาชีพแสนยาวไกลรออยู่อย่างแน่นอน

“เส้นทางอาชีพ” ที่ว่านี้ก็คือการที่สโมสรลิเวอร์พูลจะต้องมองหากองหน้าคนใหม่มาแทนที่ ดิวอค โอรีกี กองหน้าเบอร์ 27 ที่จะต้องย้ายไปเล่นให้กับ เอซีมิลาน ในอิตาลีแทน ทำให้ ดาร์วิน ได้รับการพิจารณาว่าจะเป็น “ตัวแทนคนถัดไป” แล้วเขาก็ได้ย้ายเข้าสู่ลิเวอร์พูลจริง ๆ ในฤดูกาล 2022-23 ด้วยสถิติค่าตัว 75 ล้านยูโร บวกกับออปชัน 25 ล้านยูโร กลายเป็นสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรลิเวอร์พูลอีกด้วย

ดาร์วิน พบความกดดันอย่างหนักในฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูล

เข้าสู่ลิเวอร์พูลพร้อมกับการแบกรับความกดดันมากมาย

ด้วยความที่ดาร์วินเป็นกองหน้าผู้ต้องแบกรับความกดดันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าตัวสูงลิ่ว ความกดดันของลีกระดับแนวหน้าของโลก รวมถึงความหวังของทีมที่จะต้องต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์และเรื่องของภาษา วัฒนธรรมที่แตกต่างจากความคุ้นเคยเดิมของเขา ล้วนทำให้เขาปรับตัวกับทีมไม่ค่อยได้ในช่วงต้นฤดูกาล

ทั้งนี้ เขายังถูกทั้งแฟนบอลและคอมเมนเตเตอร์บางส่วนวิจารณ์ว่าจะเป็น “นิวแอนดี คาร์โรลล์” อดีตกองหน้าผู้เคยเป็นนักเตะค่าตัวแพงของลิเวอร์พูลอีกด้วย ด้วยลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกัน ทำให้เขารับความกดดันในส่วนนี้เพิ่มไปอีก

ในช่วงต้นฤดูกาล เขามีโอกาสในการลงเล่น เอฟเอ คอมมูนิตี ชิลด์ พบกับ แมนฯ ซิตี้ โดยในเกมนั้น ดาร์วินสามารถเรียกจุดโทษให้กับทีม รวมถึงทำประตูแรกของเขาด้วยลูกโหม่งในเกมนั้นได้อีกด้วย ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถชนะซิตี้และคว้าถ้วยคอมมูนิตีชิลด์มาสำเร็จ

อย่างไรก็ดี ในช่วงแรกของเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022-23 เขากลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไร แถมยังมีเกมที่ทำให้ตัวเองต้องเสียใบแดงโดยตรงในเกมที่ไปเยือน คริสตัลพาเลซ ทำให้ทีมต้องเสมอ 1-1 อีกด้วย

นอกจากนี้ เขายังถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้งว่าชอบพลาดโอกาสสำคัญในการทำประตู จนทำให้ เยอร์เกน คลอปป์ ต้องออกมาปกป้องตัวเขา พร้อมกับอธิบายว่าในช่วงที่ตัวเองเคยคุมดอร์ทมุนด์ นักเตะคนดังอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เองก็เคยประสบปัญหาคล้าย ๆ กับดาร์วินในตอนนี้ แต่ต่อมาเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาจะเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของโลกให้ได้

สถานการณ์นี้ไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่ดาร์วินเป็นอยู่ หลังจากผ่านไปครึ่งฤดูกาล 2022-23 ดาร์วินยังคงได้รับโอกาสในการลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เขาลงไปทั้งหมด 42 นัด ทำไป 15 ประตู แต่มันก็เป็นบทพิสูจน์สำคัญต่อแฟนบอล “หงส์แดง” ด้วยว่าพวกเขาจะสนับสนุนนักเตะรายนี้แบบถึงที่สุด เพื่อเรียกความมั่นใจในตัวเขาเหมือนช่วงที่เคยอยู่เบนฟิกากลับมาให้ได้

แม้แต่ตำนานนักเตะอย่าง สตีฟ “แม็กกา” แม็กมานามาน เองก็บอกว่าเขาคือ “ผลผลิตที่กำลังเดินต่อไปเรื่อย ๆ” แล้วสักวันเขาจะต้องเล่นดีขึ้นแน่นอน

หลังจบฤดูกาลแรกของนูเญซกับลิเวอร์พูล ทีมจบอยู่อันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก พลาดโควตาการไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลถัดไป พร้อมกับได้ไปเล่นในยูโรปาลีกแทน พร้อมกับพลาดทุกแชมป์ที่เป็นไปได้ในฤดูกาลนั้นอีกด้วย เนื่องจากฟอร์มของทั้งทีมนั้นไปได้ไม่สวย

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลต้องสูญเสีย โรแบร์โต ฟีร์มิโน กองหน้าเบอร์ 9 คนเดิมที่หมดสัญญากับทีมลง อย่างไรก็ดี นี่กลายเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของดาร์วินที่จะได้เลือกใช้เบอร์ 9 แทนฟีร์มิโนที่จากไปนั่นเอง

ดาร์วิน เรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง

กองหน้าที่หงส์แดง “ขาดไม่ได้อีกแล้ว”

ภายใต้รูปแบบการทำทีม “ลิเวอร์พูล 2.0” ของยอดโค้ช เยอร์เกน คลอปป์ ทำให้ ดาร์วิน ไม่ค่อยได้รับโอกาสมากเท่าไรในช่วงต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2023-24 โดยคลอปป์จะเลือกใช้ คักโป หรือ ดีโอโก โชตา เป็นตัวเลือกแดนหน้าก่อนเขา

แต่ในเมื่อมิติเกมรุกเริ่มขาดความดุดัน ดาร์วิน เริ่มได้รับโอกาสในการส่งลงสนามมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเติมในสิ่งที่ทีมขาดไป สิ่งที่วิเศษสุด ๆ สำหรับเขาคือการได้ลงแล้วมีส่วนร่วมสำคัญกับประตูในเกมลีกและบอลถ้วย เขาใช้ความเร็ว ดุดันและความกระหายในการทำประตูเข้าแลกใส่คู่แข่ง พร้อมกับสร้างความหวาดระแวงให้พวกเขาได้อย่างไม่มีหมด เขากลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่สร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้มากที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ดี แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ที่ทำประตูได้เป็นจำนวนมาก แต่ดาร์วินก็มีสถิติแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นการทำได้ถึง 10 ประตูและ 10 แอสซิสต์ได้เป็นคนแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2023-24 รวมถึงยังเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงชนกรอบประตูมากถึง 4 ครั้งภายในแมตช์เดียว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 (จากข้อมูลของ OPTA ที่เริ่มเก็บสถิตินี้เมื่อปี 2003)

แต่เขากลับสามารถทำประตูแปลก ๆ ได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไปสับไกเสาสองทะลุตาข่าย หรือแม้แต่การยิงลูกชิพที่เหนือชั้น ดาร์วินสามารถทำในส่วนนี้ได้อย่างดีเยี่ยม มิติการเล่นของเขากลายเป็นอันตรายที่คู่แข่งยากจะมองข้าม สิ่งที่มีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องคือความสามารถในการเล่นของเขานั่นเอง

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของ ดาร์วิน กองหน้าลิเวอร์พูลผู้มีอนาคตอีกยาวไกลและมีโอกาสที่จะขึ้นเป็นหนึ่งในกองหน้าระดับโลกได้ หากเขายังสามารถความสม่ำเสมอของตัวเอง รวมถึงยังสามารถสร้างความแตกต่างได้

อ่านบทความเพิ่มเติมของ Funsportfans ได้ที่นี่