funsportfans.com – ผลบอล วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ผลบอลสด ข่าวบอล

ถ้วยฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ” (FIFA Club World Cup ปี 2022

ในทุก ๆ ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งของ “ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ” (FIFA Club World Cup) ในปี 2000 หรือที่หลายคนอาจคุ้นในอีกชื่อว่า “แชมป์สโมสรโลก” ซึ่งนี่จะเป็นรายการที่จะค้นหาสุดยอดสโมสรที่ดีที่สุดของโลกในแต่ละปี

แล้วในปี 2023 แชมป์ล่าสุดของรายการคือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ พวกเขาสามารถเอาชนะ ฟลูมิเนนเซ ซึ่งมี มาร์เซโล อดีตเจ้าของ 4 แชมป์ตั้งแต่สมัยที่เขาค้าแข้งอยู่เรอัลมาดริดอีกด้วย นี่จึงเป็นการพลาดแชมป์ครั้งแรกของมาร์เซโลตั้งแต่เข้าแข่งขันในรายการนี้มา

แชมป์สโมสรโลก มีความสำคัญอย่างไรต่อสโมสรทั่วโลก ทำไมทุกทีมต่างต้องการคว้าแชมป์ในรายการนี้ มันมีที่มาหรือความสำคัญอย่างไรบ้าง เรามีสรุปให้แล้วที่นี่ !

ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพครั้งแรกเมื่อปี 2000
ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพครั้งแรกเมื่อปี 2000

ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ หรือ คลับเวิลด์แชมเปียนชิพ เดิม

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก จัดขึ้นโดย FIFA เป็นการแข่งขันฟุตบอลชายระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดยสหภาพฟุตบอลโลก หรือ FIFA ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำการกำกับดูแลกีฬาฟุตบอลระดับโลก แต่เดิมนั้นการแข่งขันนี้เคยใช้ชื่อว่า FIFA Club World Championship ในช่วงการก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2000

อย่างไรก็ดี การแข่งขันนี้ไม่ได้จัดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2001 ถึง 2004 เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ในการแข่งขันปี 2001 ที่ถูกยกเลิก สาเหตุหลักคือการยุติพันธมิตรทางการตลาดของ FIFA กับ International Sport and Leisure หรือ ISL ทำให้การแข่งขันสโมสรโลกนั้นถูกหยุดชะงักไปในระยะเวลานี้

ในปี 2005 เป็นต้นมา การแข่งขันสโมสรโลกกลับขึ้นมาจัดในทุก ๆ ปีอีกครั้ง แต่มิหนำซ้ำ การแข่งขันรายการนี้มีมุมมองที่แตกต่างกัน แถมมันยังเป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดความสนใจแฟนบอลในยุโรป พร้อมกับยังตกเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในฝั่งทวีปอเมริกาใต้มาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงจัดการแข่งขันในปีแรก ๆ อีกด้วย

การแข่งขันแรกของ FIFA Club World Championship เริ่มจัดขึ้นในประเทศบราซิลเมื่อปี 2000 ซึ่งในปีนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการแข่งขัน Intercontinental Cup ในทวีปอเมริกาใต้ การแข่งขันนี้คือการพบกันระหว่างผู้ชนะใน UEFA Champions League และ Copa Libertadores โดยทั้งสองการแข่งขันได้รับการอนุมัติจากทาง FIFA อย่างเป็นทางการในปี 2017 ว่าผู้ที่เป็นแชมป์ในรายการนี้จะได้เป็นแชมป์สโมสรโลกในปีที่เข้าแข่งขันไป

ในปี 2005 หลังจากที่รายการเริ่มตีกระแสขึ้นมาได้อีกครั้ง รายการ Intercontinental Cup ได้ควบรวมกับทางรายการ FIFA Club World Championship แล้วในปี 2006 การแข่งขันนี้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น FIFA Club World Cup โดยผู้ชนะของรายการสโมสรโลกจะได้รับถ้วย FIFA Club World Cup และใบรับรอง FIFA World Champions ไปพร้อม ๆ กัน

เชลซี แชมป์สโมสรโลกปี 2021

รูปแบบการแข่งขันสโมสรโลก

รูปแบบการแข่งขันในปัจจุบันประกอบด้วยสโมสรทั้งหมด 7 ทีมที่เข้าแข่งขันกันเพื่อชิงแชมป์ในสนามประเทศที่เป็นเจ้าภาพโดยใช้เวลาในการแข่งขันประมาณ 2 สัปดาห์

ผู้ชนะของรายการ AFC Champions League (ทวีปเอเชีย) CAF Champions League (แอฟริกา) CONCACAF Champions Cup (ทวีปอเมริกาเหนือ กลางและแคริบเบียน) CONMEBOL Libertadores (ทวีปอเมริกาใต้) OFC Champions League (โอเชียเนีย) และ UEFA Champions League (ยุโรป) รวมทั้งสโมสรผู้เป็นแชมป์ในชาติของเจ้าภาพเข้าร่วมการแข่งขันในรอบน็อกเอาท์ด้วยกันโดยตรง

ทีมแชมป์ของเจ้าภาพจะเข้าร่วมการแข่งขันรอบเพลย์ออฟกับทีมแชมป์โซนโอเชียเนียก่อนในอันดับแรก ซึ่งผู้ชนะจะเข้าไปแข่งต่อกับทีมแชมป์โซนเอเชีย แอฟริกาและอเมริกาเหนือในรอบ 8 ทีม ผู้ชนะในรอบ 8 ทีมจะได้พบกับทีมแชมป์จากโซนยุโรปและอเมริกาใต้ที่ได้เข้าร่วมในรอบรองชนะเลิศเพื่อหาผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไป

แมนเชสเตอร์ซิตี้ แชมป์สโมสรโลกปี 2023

สถิติและรางวัลที่น่าสนใจของรายการ

  • สโมสร “เรอัลมาดริด” จากลาลีกาสเปน คือเจ้าของสถิติผู้คว้าถ้วยแชมป์ในรายการนี้มากที่สุดถึง 5 ครั้ง
  • ชัยชนะครั้งแรกของสโมสร “โครินเธียนส์” ที่มีผลการแข่งขันดีที่สุดในฐานะเจ้าภาพ
  • ทีมจากประเทศสเปนเคยการแข่งขันนี้ได้ถึง 8 ครั้งมากที่สุดสำหรับทีมชาติใด ๆ
  • อังกฤษมีจำนวนทีมชนะเลิศมากที่สุด โดยมีสโมสร 4 ทีมที่ชนะการแข่งขันนี้ ได้แก่ ลิเวอร์พูล เชลซี แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ซิตี้ แชมป์โลกในปี 2023 คือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่เพิ่งจะเอาชนะ 3 แชมป์ในภูมิภาค รวมถึงยูฟ่าซูเปอร์คัพ ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่คว้าได้มากถึง 5 แชมป์ภายในปี 2023
  • นอกจากนี้แล้ว ฮูเลียน อัลวาเรซ ยังเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญของทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่คว้าแชมป์ได้ถึง 6 รายการภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี หนึ่งในแชมป์สูงสุดของเขาคือแชมป์ฟุตบอลโลกที่กาตาร์เมื่อปี 2022 นั่นเอง
  • มีทั้งหมด 13 ประเทศที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันสโมสรโลก นับตั้งแต่ปี 2023 ลงมา ได้แก่ สเปน บราซิล อังกฤษ อิตาลี เยอรมนี อาร์เจนตินา เอกวาดอร์ คองโก โมร็อกโก ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก และ ซาอุดีอาระเบีย
  • มีเพียงสโมสรจาก 5 ชาติเท่านั้นที่เคยได้แชมป์สโมสรโลก แบ่งเป็น สเปน (8 แชมป์) บราซิล (4 แชมป์) อังกฤษ (4 แชมป์) อิตาลี (2 แชมป์) และ เยอรมนี (2 แชมป์) โดยสโมสรจากอาร์เจนตินาเคยไปได้สูงสุดในระดับรองแชมป์ถึง 4 ครั้ง ส่วนชาติที่เหลือไปถึงรองแชมป์เพียงแค่ชาติละครั้งเท่านั้น
ถ้วยรางวัลสโมสรโลกปี 2023

การแข่งขัน FIFA Club World Championship เมื่อปี 2000 มีเงินรางวัลรวม 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับผู้เข้าแข่งขัน จำนวนเงินรางวัลที่ได้รับโดยสโมสรที่เข้าร่วมถูกแบ่งออกเป็นการชำระเงินคงที่ โดยอ้างอิงจากการเข้าร่วมและผลการแข่งขัน

สโมสรที่จบการแข่งขันตั้งแต่อันดับ 5 ถึง 8 จะได้รับเงินรางวัล 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สโมสรที่จบการแข่งขันเป็นอันดับที่ 4 จะได้รับเงินรางวัล 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ทีมที่เป็นอันดับ 3 จะได้รับเงินรางวัล 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทีมรองชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเริ่มต้นใหม่ของ FIFA Club World Championship ในปี 2005 มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินรางวัลและเกณฑ์การได้รับเงินบางส่วน ยอดรวมของเงินรางวัลรวมถูกลดลงเป็น 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐแทน

สำหรับ FIFA Club World Cup ในปี 2007 นั้น มีการเพิ่มการแข่งขันรอบเพลย์ออฟระหว่างทีมแชมป์ของโอเชียเนียและทีมแชมป์ของเจ้าภาพเพื่อเข้าร่วมในรอบ 8 ทีม นี่เป็นการกระตุ้นความสนใจในการแข่งขันของเจ้าภาพมากขึ้น

การปรับการแข่งขันสำหรับอันดับที่ 5 ในปี 2008 ยังกระตุ้นการเพิ่มเงินรางวัลเพิ่มขึ้นอีก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ในปีนั้นเป็นต้นมา เงินรางวัลจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 16.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้แล้ว สโมสรที่คว้าถ้วยรางวัลในรายการนี้ไป จะได้รับสิทธิ์ในการติดตรา “แชมป์สโมสรโลก” ไว้ที่กลางเสื้อของทางสโมสรตัวเองได้อีกด้วย นี่ถือว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทางสโมสรที่เป็นแชมป์ “ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ” ได้อย่างแท้จริง

ทั้งหมดนี้ก็คือความเป็นมาของรายการแข่งขันสโมสรโลกที่มีการจัดขึ้นทุกปีเพื่อค้นหาสุดยอดสโมสรเบอร์หนึ่งประจำปีและถือเป็นอีกเกียรติประวัติสำคัญที่ทุกสโมสรต่างพยายามแย่งชิงกันมาให้ได้ในทุก ๆ ปี

อ่านบทความเพิ่มเติมของ Funsportfans ได้ที่นี่