funsportfans.com บ้านผลบอล วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ผลบอลสด ข่าวบอล

ฟันธงฟุตบอลคืนนี้

อองตวน กรีซมันน์ ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของอัตเลติโกมาดริด
อองตวน กรีซมันน์ ผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของอัตเลติโกมาดริด

กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง สำหรับ อองตวน กรีซมันน์ (Antoine Griezmann) หัวหอกสัญชาติฝรั่งเศส ผู้สามารถสร้างสถิติเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสรอัตเลกิโกมาดริด แห่งลาลีกาสเปน ด้วยจำนวน 174 ประตู เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2024 แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง ลุยส์ อาราโกเนส (Luis Aragones) ที่เคยทำไว้ 173 ประตูกับสโมสรเป็นที่เรียบร้อย

กรีซมันน์ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นทรงคุณค่าทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติฝรั่งเศส เขาสามารถเล่นได้ในทุกตำแหน่งของแนวรุก พร้อมกับได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของฟุตบอลสมัยใหม่ด้วย

แล้วอะไรที่ทำให้ อองตวน กรีซมันน์ โดดเด่นบนโลกของลูกหนังบ้าง ? เราจะพาไปสำรวจกันที่นี่ !

กรีซมันน์ในสีเสื้อผู้เล่นอัตเลติโกมาดริด

อองตวน กรีซมันน์ ผู้สร้างความหวังให้อัตเลติโกมาดริด

กรีซมันน์ เป็นผู้เล่นที่เติบโตมากับอคาเดมีของมาคง (Macon) ในประเทศฝรั่งเศสเป็นเวลานานกว่า 6 ปี ก่อนที่จะย้ายไปตามหาความสำเร็จในลีกระดับใหญ่ด้วยการย้ายไปในอคาเดมีของ เรอัล โซเชียดาด (Real Sociedad) ในปี 2005 ก่อนที่จะได้โอกาสเรียกขึ้นทีมชุดหลักในปี 2009

โดยในฤดูกาลแรกของเขากับโซเชียดาด เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกรองของสเปนได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมรักษาพื้นที่ในลาลีกาสเปนได้จนถึงปี 2014 ก่อนที่เขาจะได้รับความสนใจจากสโมสรอัตเลติโกมาดริด (Athletico Madrid) ที่พร้อมจะเซ็นสัญญากับเขาด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร แล้วนี่ยังเป็นสถิติค่าตัวในเวลานั้นของทางสโมสรอีกด้วย

ต่อมา กรีซมันน์ได้มีส่วนร่วมในการลงเล่นเป็นตัวจริงกับอัตเลติโกมาดริดแล้วพาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพสเปนได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามา หลังจากนั้นเป็นต้นมา เขายังมีส่วนสำคัญในการทำประตูและคว้าแต้มสำคัญมากมายในทุกรายการที่สโมสรได้ลงแข่งขัน

ตลอดระยะเวลา 5 ปีแรกกับที่แห่งนี้ เขาพาทีมคว้ารางวัลยูโรปาลีกในปี 2018 รวมถึงรางวัลยูฟ่าซูเปอร์คัพในปีเดียวกันได้สำเร็จ พร้อมกับติดเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดประจำฤดูกาล 2015-16 โดยขึ้นแท่นรางวัลร่วมกับ ลีโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด ก่อนที่รางวัลนี้จะถูกยกเลิกไปหลังจากฤดูกาล 2015-16 อีกด้วย

นอกจากนี้ ความสำเร็จของเขาในระดับสโมสรยังทำให้ทีมชาติฝรั่งเศสไว้วางใจที่จะเลือกใช้งานเขาไปลงแข่งขันด้วย เขาได้รับการเข้าชิงทั้งบัลลงดอร์และ Best FIFA Men’s Player ในช่วงปี 2016 และ 2018 โดยในช่วงปี 2018 นั้น เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของชาติได้สำเร็จ

ในปี 2019 กรีซมันน์ได้รับโอกาสในการย้ายไปร่วมกับบาร์เซโลนาด้วยค่าตัวสูงถึง 120 ล้านยูโร ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 5 ของบาร์เซโลนาที่มีค่าตัวสูงสุดตลอดกาล อย่างไรก็ดี กับสโมสรใหม่ของเขากลับไปไม่ได้สวยเท่าที่ควร เขามีโอกาสในการลงเล่นน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงที่อยู่มาดริด แล้วเขาสามารถคว้ามาได้เพียงแค่รางวัลโคปาเดลเรย์เพียงรางวัลเดียวเท่านั้นในตลอดระยะเวลา 3 ปีกับ “เจ้าบุญทุ่ม”

จนต่อมา อัตเลติโกมาดริดต้อง “ยืมตัว” กรีซมันน์กลับสู่ถิ่นเก่าในปี 2021 พร้อมซื้อขาดในปีถัดมา เมื่อเขาได้กลับสู่ถิ่น “เมโทรโพลิตาโน” อีกครั้ง เขาก็ได้เฉิดฉายด้วยการทำประตูสูงสุดตลอดกาลกับสโมสรแห่งนี้นั่นเอง

กรีซมันน์ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 กับฝรั่งเศส

ชายผู้เป็นเบื้องหลังสำคัญให้ทีมชาติ

แม้ว่ากรีซมันน์จะมีทั้งเชื้อสายเยอรมนีจากฝ่ายพ่อ รวมถึงเชื้อสายโปรตุเกสจากฝ่ายแม่ แล้วยังมีระยะเวลาในการเล่นให้กับลีกสเปนมามากกว่า 5 ปีไปแล้ว ซึ่งมันจะทำให้เขามีโอกาสในการเลือกลงเล่นได้มากถึง 4 ชาติ แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไปเข้าร่วมกับทีมชาติฝรั่งเศส บ้านเกิดของเขา โดยเริ่มเล่นมาจากรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมกับไต่ระดับของตัวเองขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในรุ่น U20 และ U21 ตามลำดับ

จนต่อมา ในปี 2014 ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ (Didier Deschamps) ผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีมชาติชุดหลัก ได้ให้ความสนใจในตัวกรีซมันน์แล้วได้เรียกเขาขึ้นมาอยู่ชุดหลัก โดยเขาได้เริ่มเล่นเกมแรกในนามทีมชาติชุดหลักเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2014 ตามด้วยการติดรายชื่อผู้เล่นที่จะไปเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล

แต่ในรายการนั้น เขาพาทีมไปได้ในระดับสูงสุดคือรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ให้กับเยอรมนีผู้ที่กลายเป็นแชมป์ในปีนั้นไป

จนต่อมา ในศึกยูโร 2016 กรีซมันน์เริ่มมีบทบาทสำคัญให้กับทีมชาติอีกครั้ง เขาสามารถทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมไปสองคน รวมถึงยังสามารถทำประตูได้เองในหลายโอกาส แล้วถึงแม้ว่าในปีนั้นพวกเขาจะสามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศแล้วพ่ายแพ้โปรตุเกสไป 1-0 แต่กรีซมันน์ก็สามารถทำได้ถึง 6 ประตูและ 2 แอสซิสต์ ทำให้เขาได้รับรางวัลรองเท้าทองคำของรายการยูโร 2016 ไปครอบครอง

เข้าสู่รายการฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย กรีซมันน์ติดในรายชื่อผู้เล่นของทีมชาติฝรั่งเศสอีกครั้ง ในเกมที่เขาพบกับออสเตรเลีย เขาสามารถเรียกฟาวล์ในกรอบเขตโทษได้สำเร็จ แล้วนี่ยังเป็นการตัดสินฟาวล์ในรายการฟุตบอลโลกที่มีการใช้ระบบ VAR มาช่วยตัดสินเป็นครั้งแรกอีกด้วย

นอกจากนี้ เขาเป็นผู้สังหารจุดโทษที่ทำให้ฝรั่งเศสชนะอาร์เจนตินา 4-3 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อีกด้วย หลังจากนั้น เขายังสามารถทำประตูและแอสซิสต์ใส่อุรุกวัยในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยที่เขาไม่แสดงความดีใจต่อทั้ง 2 ประตูที่มีส่วนร่วม เนื่องจากเขาต้องการให้ความเคารพต่อ “โค้ชและผู้ฝึกสอนชาวอุรุกวัย” ที่เขาปั้นเขาขึ้นสู่ระดับโลกมา

ในรอบชิงชนะเลิศกับโครเอเชีย กรีซมันน์มีส่วนร่วมกับ 3 ประตูของทีมชาติ ทำให้พวกเขาชนะไป 4-2 แล้วคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของฝรั่งเศสได้สำเร็จ หลังจากผ่านไปนานกว่า 20 ปี ที่เดส์ชองส์ (ผู้จัดการทีม) เคยคว้าได้ในสมัยที่เขาเป็นผู้เล่นในปี 1998 และทำให้กรีซมันน์คว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์และลูกบอลทองแดงในรายการนั้นไปอีกด้วย

หลังจากนั้น กรีซมันน์ยังคงมีความสำคัญและบทบาทต่อเนื่องกับทีมชาติฝรั่งเศสในศึกยูโร 2020 รวมถึงการคว้าแชมป์ยูฟ่าเนชันส์ลีกในปี 2021 และการพาทีมไปป้องกันแชมป์กับอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ แต่ในรายการนั้น ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ให้อาร์เจนตินาไปในรอบดวลจุดโทษ ส่วนกรีซมันน์ได้รางวัลผู้ทำแอสซิสต์สูงสุดร่วมของรายการ ด้วยการทำไป 3 แอสซิสต์

กรีซมันน์ กองหน้าอเนกประสงค์ของอัตเลติโกมาดริด

กรีซมันน์ คือผู้เล่นที่ถนัดเท้าซ้ายเป็นหลัก แต่สามารถใช้งานเท้าขวาในการจบสกอร์ได้ในระดับดีเช่นกัน โดยเขาเป็นผู้ที่มีความหิวกระหายในการทำประตู สามารถเล่นได้่ในทุกตำแหน่งของแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้า ตัวต่ำ ปีกทั้งสองข้าง หรือแม้แต่กองกลางตัวรุก ไม่ใช่ปัญหาสำหรับชายคนนี้

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญของเขาคือ เขายึดการ “เล่นเป็นทีม” เป็นปัจจัยหลัก เขามักจะชอบการอ่านเกม เชื่อมตำแหน่งกับเพื่อน รวมถึงมีส่วนร่วมทั้งในเกมรุกและเกมรับแบบไม่ขาดตอน ทำให้เขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นผู้เล่นที่มีการเคลื่อนไหวดีเยี่ยม มีการยืนตำแหน่งที่ช่วยทีมได้แล้วยังสามารถคุมรูปเกมเองได้ด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า อองตวน กรีซมันน์ ผู้เล่นอเนกประสงค์ของยุคนี้ที่หลายคนจะจดจำว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีส่วนร่วมกับโมเมนต์สำคัญของทั้งสโมสรอัตเลติโกมาดริดและทีมชาติฝรั่งเศส

อ่านบทความเพิ่มเติมของ Funsportfans ได้ที่นี่